วิธีพูดเชิงบวกกับลูก

เวลาที่ลูกงอแง ทำตัวไม่น่ารัก หรือกำลังโกรธเคืองเรื่องใด ๆ วิธีการและการเลือกใช้คำพูดของพ่อแม่นั้นสำคัญมาก ไม่เฉพาะกับสถานการณ์ตรงหน้าที่อาจทำให้ดีขึ้นหรือแย่ลง ก็ได้ทั้งนั้น แต่มีอิทธิพลต่อการสร้างความเป็นตัวตนของลูกที่จะคงอยู่ไปจนโตเลยทีเดียว ลองดูทางเลือกที่น่าสนใจกันนะคะ
รับฟังอย่างตั้งใจ โดยนั่งลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับลูก ตั้งคำถามเพื่อกระตุ้น ให้ลูกแสดงความคิดความรู้สึกออกมา เช่น “ตอนนั้นลูกรู้สึกอย่างไร?”
ไม่ด่วนตัดสิน อย่าเพิ่งดุหรือโต้เถียงลูก แม้ลูกจะผิดจริงก็ตาม ลองเปิดใจฟังความคิดลูกก่อน ลูกจะรู้สึกว่าพ่อแม่อยู่ฝ่ายเดียวกับเขา และอยากให้ความร่วมมือมากกว่าต่อต้าน 
เช่น “ไหนบอกหน่อยสิ ว่าทำไมถึงไม่อยากไปโรงเรียน?” 
       “ทำไมลูกถึงไม่ยอมเก็บของเล่น?”
        ยอมรับความรู้สึก เป็นเรื่องธรรมดาที่ลูกจะยังควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ พ่อแม่ต้องยอมให้ลูก ได้ปล่อยพลังด้านลบออกมาบ้าง อย่าเพิ่งห้าม ว่า “อย่าโกรธนะ!” หรือ “หยุดร้องไห้ได้แล้ว!” แค่แยกตัวลูกออกมาจากสถานการณ์ต้นเหตุ ไม่ต้องพูดอะไรมาก คอยอยู่เคียงข้างและบอกว่า “แม่เข้าใจนะ” รอให้ลูกสงบ แล้วค่อยมาว่ากันด้วยเหตุผล พูดไปตอนนี้ก็ไม่ฟังหรอก
        ตำหนิที่การกระทำ ไม่ใช่ตัวตน เรื่องนี้สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น หากลูกพูดคำหยาบ ให้ย้ำว่า สิ่งที่ไม่ดีคือ คำพูด ไม่ใช่ตัวลูก วิธีนี้จะช่วยให้ลูกแยกแยะพฤติกรรมไม่ดีออกมาได้ง่าย และเรียนรู้ที่จะไม่ทำอีก โดยไม่รู้สึกแย่กับตัวเอง หรือคิดน้อยใจไปว่าแม่ไม่รัก 
แทนที่จะพูดว่า “ลูกแย่มากเลยที่พูดแบบนั้นกับแม่” ให้เปลี่ยนเป็น “คำพูดแบบนั้นไม่ดีเลย ไม่ควรใช้พูดกับคนอื่น”
เป็นตัวอย่างเรื่องการจัดการกับความรู้สึก พ่อแม่ก็คือคนธรรมดาทั่วไปที่มีอารมณ์ความรู้สึกได้เหมือนกัน บอกให้ลูกรู้ได้ ที่สำคัญต้องแสดงให้ลูกเห็นว่าความรู้สึกต่าง ๆ ไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป หาเหตุให้เจอ และหาวิธีจัดการกับมัน เช่น 
“แม่รู้สึกเสียใจนะที่ลูกใช้คำพูดแบบนั้น” 
“ขอเวลาแม่อยู่เงียบ ๆ สักห้านาที นะ” 
หรือ “รอให้พ่อใจเย็น หายหงุดหงิดก่อนนะ แล้วเรามาคุยกันใหม่”
นำเสนอทางเลือก เด็ก ๆ ก็อยากมีสิทธิในการเลือกและตัดสินใจได้ด้วยตัวเองแบบผู้ใหญ่ บางครั้งเมื่อลูกงอแงไม่ยอมทำตาม ลองเปลี่ยนจากการใช้คำสั่งเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกเลือกบ้าง เช่น 
แทนที่จะบอกว่า “มาแต่งตัวได้แล้วลูก” ให้พูดว่า “ลูกอยากใส่ชุดสีส้มหรือสีฟ้า จ๊ะ?”
เปลี่ยนจาก“แปรงฟันได้แล้วลูก” เป็น “ลูกอยากแปรงฟันก่อน หรือจะอาบน้ำก่อน”
ให้หลีกเลี่ยงคำถามที่จะเปิดช่องให้ลูกตอบว่า “ไม่!” ได้ง่าย ๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *